“น้ำมันหมู” หรือ “น้ำมันพืช” ยังไงดีกว่ากัน?

ใช้น้ำมันหมู หรือน้ำมันพืชปรุงอาหารดีกว่ากัน และเชื่อว่าหลายท่านก็คงสับสนกับข้อมูลที่แชร์กันมากมายในโลกโซเชียล ก่อนที่จะเข้าเรื่องน้ำมัน เราควรรู้จักประเภทของไขมันก่อน

ไขมันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ไขมันอิ่มตัว กับไขมันไม่อิ่มตัว

  1. ไขมันอิ่มตัว ส่วนใหญ่เป็นไขมันที่ได้มาจากสัตว์ มีส่วนน้อยที่มาจากพืช เช่น มะพร้าว ปาล์ม
  2. ไขมันไม่อิ่มตัว ส่วนใหญ่เป็นไขมันที่มาจากพืช มีส่วนน้อยที่มาจากสัตว์ เช่น ปลา

ข้อดีของไขมันอิ่มตัว คือ มีความคงตัวแม้จะโดนความร้อนสูง ไม่กลายเป็นไขมันทรานช์ง่าย ๆ (ไขมันที่ถือว่าแย่ที่สุด) ในขณะที่ไขมันไม่อิ่มตัวมักกลายเป็นไขมันทรานช์เมื่อโดนความร้อนสูง ส่วนข้อเสียคือไขมันอิ่มตัวหากรับประทานมากเกินไปจะทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น และมีปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่ายเพราะดึงมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้ยากกว่าไขมันไม่อิ่มตัว

ในขณะที่ไขมันไม่อิ่มตัว ได้เปรียบเรื่องการเผาผลาญที่ง่ายกว่า แต่ไม่คงตัวเมื่อถูกความร้อนสูง น้ำมันที่ใช้ปรุงอาหารนั้น ประกอบไปด้วยไขมันชนิดอิ่มตัว และไม่อิ่มตัว เป็นสัดส่วนที่ต่างกันไปในแต่ละชนิดน้ำมัน เช่น น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม จะมีสัดส่วนไขมันอิ่มตัวสูง มากกว่า 80% จึงทำให้มีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดี เหมาะกับการทอดอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูง และเวลานาน เพราะไม่เปลี่ยนไปเป็นไขมันทรานช์นั่นเอง

ส่วนน้ำมันพืช ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนไขมันไม่อิ่มตัวอยู่สูง จึงเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันทรานช์ได้เมื่อนำไปใช้กับการทอด หรือการผัดที่ใช้ไฟแรง ดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเหล่านี้ในการทอดอาหาร หรือ การผัดที่ใช้ไฟแรง เช่น น้ำมันมะกอกที่ถือว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ ควรรับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน เช่น ราดบนสลัด หรือ บนอาหาร จะดีที่สุดทำให้ได้รับคุณค่าจากน้ำมันอย่างเต็มที่

ดังนั้น ทั้งน้ำมันหมูและน้ำมันพืช ก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ไม่มีอันไหนดีกว่ากัน ขึ้นอยู่กับเราจะใช้ประกอบอาหารลักษณะไหน และรับประทานในปริมาณเท่าไหร่มากกว่า

อย่างไรก็ตาม อาหารส่วนใหญ่ที่ใช้น้ำมันของบ้านเรามักเป็น ของทอด และ ของผัดด้วยไฟแรง
ซึ่งมีโอกาสที่เราจะได้รับไขมันอิ่มตัวมากเกินไปจนเป็นปัญหาสุขภาพได้ การลดของทอด และของผัดลง เน้นรับประทานอาหารต้ม นึ่ง ให้มากขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน

“กบฏบวรเดช-พระยาศรีสิทธิสงคราม”

“บิ๊กเล็ก” จัดทำบุญรำลึก “กบฏบวรเดช- พระยาศรีสิทธิสงคราม” 2 นายทหารจงรักภักดีสถาบัน สวนรำลึก  “คณะราษฎร”

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มอบหมายให้พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผบ.ทบ. เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และบำเพ็ญกุศลแก่พันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของนายทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน และยังเป็นนายทหารประชาธิปไตย  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิธีรำลึกดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.อภิรัชต์ได้สั่งปรับปรุงห้องประชุมและห้องรับรองสองห้องภายในอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับตั้งชื่อว่าห้องบวรเดช และห้องศรีสิทธิสงคราม
 

ทั้งนี้ ได้เกิดการกบฏครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช โดยมีพระยาศรีสิทธิสงครามเป็นแม่ทัพ มีชื่อเป็นที่รู้จักกันว่า “กบฏบวรเดช” เนื่องจากพระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปกครองของพระยาพหลพลพยุหเสนาที่มีลักษณะเป็นเผด็จการ โดยเรียกร้องให้ รัฐบาลของพระยาพหลฯ ดำเนินตามแนวทางที่เสนอคือ ให้รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ และให้รัฐบาลมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยให้อำนาจฝ่ายรัฐสภาในการตรวจสอบมากขึ้นและจำกัดอำนาจของรัฐบาลมิให้คณะราษฎรกลายเป็นคณะเผด็จการ แต่ในที่สุดการก่อกบฏไม่เป็นผล ฝ่ายรัฐบาลปราบปรามคณะกบฏลงได้ วีรกรรมที่กล้าหาญและเสียสละของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และพระยาศรีสิทธิสงครามควรแก่การยกย่องในฐานะที่ทรงปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี และทรงมุ่งหวังให้ประเทศชาติดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง…. อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/781686

ที่มา : เดลี่นิวส์ออนไลน์

หยุดชดเชยเดือนกรกฎาคม2563 มีวันไหน

หลังจากนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 26 มิ.ย.นี้ จะยังไม่มีการพิจารณาเรื่องวันหยุดชดเชยเพิ่มเติม เนื่องจาก วันหยุดชดเชยเดือนกรกฎาคม 2563 มีวันหยุดยาวอยู่แล้ว พร้อมกับยืนยันว่า ช่วงวันหยุดยาววันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ยังเป็นวันที่ 4-7 ก.ค.

ประกอบกับเพิ่งเปิดภาคเรียน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยเรื่องการเปิดภาคเรียน โดยจะมีการหารือการเตรียมความพร้อม เน้นเรื่องการดูแลช่วงเปิดภาคเรียน รวมถึงประเมินโรงเรียนขนาดเล็กที่เปิดไปแล้ว อีกทั้งจะประเมินผลของการเปิดกิจกรรมกิจการในเฟส 4 ซึ่งในภาพรวมประเทศไทย เป็นไปด้วยดีไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มติดต่อกันเป็นวันที่ 29 แล้ว หลังจากนี้รัฐบาลจะเร่งเปิดกิจการ กิจกรรมที่เหลืออยู่ในหมด ซึ่งวันหยุดชดเชยในเดือนกรกฏาคม 2563 ไม่ใช่เป็นการหยุดชดเชยวันสงกรานต์แต่อาจจะพิจารณาในเดือนถัดๆไป

แล้ววันหยุดชดเชยเดือนกรกฏาคม 2563 มีวันไหนและวันที่เท่าไหร่ “ฐานเศรษฐกิจ” รวบรวมชัดเจนอีกครั้งมีดังนี้ 

1. วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 เป็นวันอาสาฬหบูชา

2. วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม2563 วันเข้าพรรษา

3. วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2563 วันหยุดชดเชยวันอาสาฬหบูชา

4. วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563 วันหยุดชดเชยวันเข้าพรรษา

5. วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563 วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ขณะที่ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยถึงกรณีวันหยุดต่อเนื่อง 4 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ – 7 ก.ค.ว่า ถือเป็นการหยุดตามปฏิทินปกติที่กำหนดไว้โดยไม่ได้เป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยที่ประชุมเพียงแต่รับทราบว่าให้มีการเลื่อนการประชุม ครม.ในวันที่ 8  ก.ค.แทนเนื่องจากเป็นวันที่ 7 ก.ค.เป็นวันหยุดราชการ เท่านั้น



เมนูสุขภาพ “เต้าฮวยนมสดน้ำขิง” จุดขายที่วัตถุดิบ

“เต้าฮวยน้ำขิง” เมนูขนมหวานที่ต้องกินแบบร้อน ๆ ถึงจะอร่อยและได้ประโยชน์ นิยมรับประทานในช่วงอากาศหนาว ๆ เพราะ “ขิง” มีฤทธิ์ร้อน มีสรรพคุณช่วย รักษาอาการหวัด, ลดอาการท้องอืด-ท้องเฟ้อ, ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมาให้พิจารณากัน

“เต้าฮวยน้ำขิง” เมนูขนมหวานที่ต้องกินแบบร้อน ๆ ถึงจะอร่อยและได้ประโยชน์ เป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ลูกค้ายังนิยม มักรับประทานในช่วงอากาศหนาว ๆ เพราะ “ขิง” มีฤทธิ์ร้อน มีสรรพคุณช่วยปรับความสมดุลของร่างกาย, รักษาอาการหวัด, ลดอาการท้องอืด-ท้องเฟ้อ, ลดระดับน้ำตาลในเลือด และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ฯลฯ ลักษณะเต้าฮวยที่ดี เนื้อต้องขาวเนียนแน่น นุ่มละมุน ไร้ฟองอากาศ เวลาตักน้ำขิงใส่ลงไปเต้าฮวยจะไม่แตกเละ ปัจจุบันมีคนทำขายกันมาก พ่อค้าแม่ค้าบางคนจึงต้องสร้างจุดต่างเพื่อเป็นจุดขาย ประยุกต์เต้าฮวยจากวัตถุดิบถั่วเหลืองมาเป็น “เต้าฮวยนมสดน้ำขิง” วันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลเรื่องนี้มาให้คนที่กำลังมองหาอาชีพอิสระได้ลองพิจารณากัน
 
ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ คือ ตู่-กิจอารีย์ แสงพลสุข เจ้าของร้านเต้าฮวยน้ำขิงสูตรเด็ด “ณัฐนมสด” ซึ่งอยู่ย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญ เล่าให้ฟังถึงที่ของการทำอาชีพนี้ว่า เดิมนั้นเธอทำธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ อยู่ที่บ้าน ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งประมาณปี 2540 มีเหตุให้น้องชายต้องออกจากงานประจำจึงหันมาขาย “นมสดตุ๋น-ขนมปังสังขยา” โดยทำเป็นรถเข็นไปขายที่ตลาดดินแดง ต่อมาเมื่อสภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นทางบริษัทเรียกตัวน้องชายกลับไปทำงานใหม่ แม้ว่าขายของจะสร้างรายได้ดี แต่ก็เหนื่อยมาก น้องชายจึงตัดสินใจกลับไปทำงานประจำอีกครั้ง แต่เธอเสียดายเงินที่ลงทุนซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ จึงตัดสินใจรับช่วงทำธุรกิจต่อ และไม่ได้ทิ้งธุรกิจส่วนตัวที่ทำอยู่ แต่เปลี่ยนจากเข็นรถขายมาเปิดร้านขายที่หน้าบ้านแทน จากนั้นก็เรียนรู้และฝึกทำกับน้องชายจนอยู่ตัวจึงเปิดร้านขาย
        
“เปิดร้านแรก ๆ ก็จะเงียบหน่อย เนื่องจากร้านอยู่ไกลจากแหล่งชุมชน และเข้าใจดีว่าทำเลร้านที่ขายไม่ดีเหมือนเข็นรถไปขาย แต่ไม่ท้อ ระหว่างนั้นก็พยายามปรับพัฒนาฝีมือการทำนมสดตุ๋น-ขนมปังสังขยาจากคำติชมของลูกค้า พร้อมทั้งเพิ่มเมนูอื่น ๆ ไว้บริการด้วย อาทิ เต้าฮวยน้ำขิง, เต้าหู้นมสด, ถั่วเขียวต้มน้ำตาล, มันต้มขิง, บัวลอยน้ำขิง ฯลฯ เป็นต้น โดยศึกษามาจากตำรา อินเทอร์เน็ต และคำติชมของลูกค้า จนปัจจุบันทำขายมา 18 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาฝีมือ อย่างเช่น เต้าฮวยน้ำขิง เนื่องจากทางร้านจะสั่งซื้อจากสหกรณ์โคนมมาตุ๋นขายทุกวันอยู่แล้ว จึงประยุกต์สูตรตัวเต้าฮวยทำจากนมสดล้วน ๆ ไม่ได้ทำจากถั่วเหลืองเหมือนเจ้าอื่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ รสชาติหวานมัน เนื้อเนียนแน่น นิ่ม เด้ง เมื่อได้ทานคู่กับน้ำขิงที่มีรสชาติเผ็ดร้อนน้อย ๆ ทำให้รสชาติกลมกล่อมอร่อยไม่เหมือนใคร”

อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำ “เต้าฮวยน้ำขิง” หลัก ๆ ก็มี…เตาแก๊ส, หม้อสเตนเลสทรงแขกสำหรับตุ๋นนมสด (2 ขนาด ใหญ่กับเล็กกว่า หรืออ่างผสมก็ได้), เครื่องปั่น, หม้อต้มน้ำ, เขียง, มีด, ทัพพี, ชุดถ้วยตวง, ผ้าขาวบาง เครื่องใช้เครื่องมืออื่น ๆ สามารถหยิบฉวยเอาได้จากในครัว
        
วัตถุดิบ ตามสูตร มี…นมสด, ใบเตยมัดรวม, เจี๊ยะกอ, ขิงแก่, น้ำตาลทรายแดง และน้ำสะอาด
        
ขั้นตอนการทำ “เต้าฮวยนมสด”


        
เริ่มจากนำน้ำเปล่าสะอาดใส่หม้อสเตนเลส ขนาดใหญ่ หลังจากนั้นนำนมสดใส่หม้อสเตนเลส ขนาดเล็กวางลงไปในหม้อสเตนเลสขนาดใหญ่ เพื่อทำการตุ๋น โดยขณะทำการตุ๋นจะต้องใช้ไฟอ่อน ๆ ห้ามใช้ไฟแรง เนื่องจากจะทำให้นมสดไหม้ เมื่อตุ๋นจนผิวหน้านมสดเริ่มตึง ให้ใส่ใบเตยมัดรวมลงไปเพื่อเพิ่มความหอมของนมสด    
        
ระหว่างที่รอนมสดเดือด ให้นำเจี๊ยะกอมาละลายกับน้ำสะอาด ตั้งพักไว้สักครู่ เมื่อนมสดเดือดจัดดีแล้ว จึงค่อยเทส่วนผสมเจี๊ยะกอลงไปในหม้อต้มนมสด จากนั้นใช้ทัพพีคนเล็กน้อยให้เข้ากัน ยกลงจากเตาตั้งพักไว้รอนมสดแข็งตัว เพียงเท่านี้ก็ได้เต้าฮวยนมสดที่เนื้อแน่น เนียน นุ่ม เด้งกำลังดี  ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำ “น้ำขิง” ส่วนผสม มี..ขิงแก่, น้ำตาลทรายแดง และน้ำสะอาด  โดยนำขิงแก่ที่เตรียมไว้มาปอกเปลือกออก แล้วล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่นบาง ๆ หรือทุบให้แตกก็ได้ แล้วนำมาห่อด้วยผ้าขาวบางผูกให้แน่นนำลงต้มกับน้ำสะอาด ตั้งไฟจนน้ำเดือดพล่านแล้วค่อย ๆ เบาไฟลง เคี่ยวประมาณ 30-40 นาที จนน้ำขิงละลายออกมาจนหมดเป็นสีเหลืองทองอ่อน ๆ หลังจากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดง คนผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้ว พร้อมนำมาเสิร์ฟใส่ถ้วยคู่กับเต้าฮวยและปาท่องโก๋ตัวเล็ก ๆ                          
        
เทคนิคการขายเต้าฮวยนมสดน้ำขิง ตู่ บอกว่า น้ำขิงที่ใช้ผสมเต้าฮวยขาย จะต้องอุ่นด้วยไฟอ่อน ๆ ไว้ตลอดเวลา เพราะคนทั่วไปส่วนใหญ่นิยมรับประทานเต้าฮวยร้อน ๆ คู่กับปาท่องโก๋กรอบตัวเล็ก ๆ อร่อยอย่าบอกใคร สำหรับปาท่องโก๋กรอบตัวเล็ก ๆ สามารถหาซื้อที่ทำสำเร็จใหม่ ๆ มาใช้ได้เลย
        
สำหรับราคาขาย “เต้าฮวยนมสดน้ำขิง” เจ้านี้ขายถ้วยละ 15 บาท 

ลงทุน-เต้าหู้นมสด

…………………………………………….
ที่มา : เดลินิวส์

ข้อดีและข้อเสียของการดื่มนมโค

นมวัวเป็นวัตถุดิบหลักประจำวันสำหรับหลาย ๆ คนและมีมานานนับพันปี ในขณะที่มันยังเป็นอาหารยอดนิยมการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้แนะนำว่านมอาจมีอันตรายต่อร่างกาย อย่างไรก็ตามการวิจัยอื่น ๆ ชี้ให้เห็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์นม

ดังนั้นความจริงคืออะไร อ่านต่อเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของนมรวมถึงทางเลือกอื่น ๆ ที่คุณอาจต้องการพิจารณาหากคุณไม่สามารถทนต่อนมหรือเลือกที่จะไม่ดื่มนม

สารอาหารในนม
นมถือเป็นอาหารทั้งหมด ให้สารอาหารที่จำเป็น 18 ชนิดจาก 22 แหล่งที่เชื่อถือได้

สารอาหารปริมาณต่อ 1 ถ้วย (244 กรัม) จากแหล่งนมที่เชื่อถือได้ทั้งหมดเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินรายวันที่แนะนำ (RDA)
Calcium276 mg28%
Folate12 mcg3%
Magnesium24 mg7%
Phosphorus205 mg24%
Potassium322 mg10%
Vitamin A112 mcg12.5%
Vitamin B-121.10 mcg18%
Zinc0.90 mg11%
Protein7–8 grams (casein and whey)16%

นอกจากนี้ยังมี

  • เหล็ก
  • ซีลีเนียม
  • วิตามิน B-6
  • วิตามินอี
  • วิตามินเค
  • เนียซิน
  • วิตามินบี
  • riboflavin
  • ปริมาณไขมันแตกต่างกันไป นมทั้งหมดมีแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ไขมันมากกว่าประเภทอื่น ๆ :
    • ไขมันอิ่มตัว: 4.5 กรัม
    • ไขมันไม่อิ่มตัว: 1.9 กรัม
    • คอเลสเตอรอล: 24 มิลลิกรัม (มก.)

ประโยชน์ของนม
การควบคุมความอยากอาหาร
การดื่มนมไม่ได้เชื่อมโยงกับการเพิ่มน้ำหนักหรือโรคอ้วนและอาจช่วยลดความอยากอาหาร การศึกษาในปี 2556 จาก 49 แหล่งที่เชื่อถือได้ของผู้คนพบว่าผลิตภัณฑ์นมช่วยให้คนรู้สึกอิ่มมากขึ้นและลดปริมาณไขมันโดยรวมที่กินได้

ผลการศึกษาบางส่วนที่เชื่อถือได้แสดงให้เห็นว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็มรูปแบบมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่ลดลง และบางคนได้แสดงแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ว่าโดยทั่วไปการบริโภคผลิตภัณฑ์นมอาจป้องกันไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

การพัฒนากระดูก
นมอาจช่วยปรับปรุงน้ำหนักและความหนาแน่นของกระดูกในเด็กตามการศึกษาปี 2559 นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงของการแตกหักในวัยเด็ก

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าหญิงตั้งครรภ์ที่กินอาหารสุขภาพที่รวมอาหารที่อุดมด้วยนมและแคลเซียมจำนวนมากมีเด็กที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกและมวลดีกว่าเมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ติดตามอาหารสุขภาพน้อยลง

นมยังให้โปรตีนที่จำเป็นต่อการสร้างและบำรุงรักษากระดูกฟันและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ถ้วยนมให้ประมาณ 7 ถึง 8 กรัมแหล่งที่เชื่อถือได้ของเคซีนและเวย์โปรตีน

สุขภาพของกระดูกและฟัน
ถ้วยนมมีปริมาณแคลเซียมเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ นมยังมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียม แร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญต่อสุขภาพของกระดูกและฟัน

ผลิตภัณฑ์นมให้เกือบร้อยละ 50 ไว้วางใจแหล่งแคลเซียมในอาหารอเมริกันทั่วไป

นมส่วนใหญ่ได้เพิ่มวิตามินดีหนึ่งถ้วยของนมเสริมมีประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์แหล่งที่เชื่อถือได้ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน วิตามินดีเป็นวิตามินสำคัญที่มีบทบาทหลายอย่างในร่างกายรวมถึงการส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุกระดูก

การป้องกันโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานประเภท 2 เป็นโรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โรคเบาหวานสามารถเพิ่มความเสี่ยงของคุณสำหรับ:



โรคไต
มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการดื่มนมอาจช่วยป้องกันโรคเบาหวานประเภท 2 ในผู้ใหญ่ได้ อาจเป็นเพราะโปรตีนนมช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ

สุขภาพหัวใจ
นมไขมันอาจช่วยเพิ่มระดับ HDL (ดี) คอเลสเตอรอล การมีระดับ HDL คอเลสเตอรอลที่ดีต่อสุขภาพอาจป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันที่มาเชื่อถือได้

นอกจากนี้นมยังเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดี แร่ธาตุนี้ช่วยควบคุมความดันโลหิต

วัวที่เลี้ยงหรือกินหญ้าทำนมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันคอนจูเกต ไขมันเหล่านี้ช่วยปกป้องสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด

ผลข้างเคียงเชิงลบของนม
สิว
จากการศึกษาในปี 2559 พบว่าวัยรุ่นที่เป็นสิวดื่มปริมาณไขมันต่ำหรือนมพร่องมันเนยสูงขึ้น ผลิตภัณฑ์นมอาจก่อให้เกิดสิวผู้ใหญ่

การศึกษาอื่น ๆ ที่เชื่อถือได้มีการเชื่อมโยงสิวกับหางและนมไขมันต่ำ นี่อาจเป็นเพราะอิทธิพลของนมต่อฮอร์โมนบางชนิดรวมถึงอินซูลินและปัจจัยการเจริญเติบโตที่คล้ายกับอินซูลิน -1 (IGF-1)

จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อสำรวจการเชื่อมต่อของสิวกับอาหาร

สภาพผิวอื่น ๆ
อาหารบางชนิดอาจทำให้กลากแย่ลงรวมถึงนมและผลิตภัณฑ์นมตามการทบทวนทางคลินิกแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้

อย่างไรก็ตามการศึกษา 2018 พบว่าหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่เพิ่มโปรไบโอติกในอาหารของพวกเขาลดความเสี่ยงของเด็กกลากและอาการแพ้ที่เกี่ยวข้องกับอาหารอื่น ๆ

ผลิตภัณฑ์นมอาจเป็นอาหารกระตุ้นสำหรับผู้ใหญ่บางคนที่มี rosacea ในทางตรงกันข้ามแหล่งศึกษาที่เชื่อถือได้เมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์นมอาจมีผลดีต่อ Rosacea

โรคภูมิแพ้
เด็กประมาณร้อยละ 5 มีอาการแพ้นมประมาณการโดยผู้เชี่ยวชาญ มันสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังเช่นกลากและอาการลำไส้เช่น:

อาการจุกเสียด
ท้องผูก
โรคท้องร่วง
ปฏิกิริยาที่รุนแรงอื่น ๆ ได้แก่ :

ภูมิแพ้
หายใจดังเสียงฮืด
หายใจลำบาก
อุจจาระเป็นเลือด
เด็กอาจเติบโตจากอาการแพ้นม ผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นโรคภูมิแพ้นมได้เช่นกัน

กระดูกหัก
การดื่มนมวันละสามแก้วหรือมากกว่านั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักในสตรี

ResearchTrusted Source พบว่าสิ่งนี้อาจเกิดจากน้ำตาลที่เรียกว่า D-galactose ในนม อย่างไรก็ตามการศึกษาได้อธิบายว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมก่อนที่จะทำคำแนะนำอาหาร

แหล่งศึกษาอื่นที่เชื่อถือได้แสดงให้เห็นว่ากระดูกหักในผู้สูงอายุเนื่องจากโรคกระดูกพรุนสูงที่สุดในพื้นที่ที่บริโภคนมโปรตีนจากสัตว์และแคลเซียมมากขึ้น

การเกิดโรคมะเร็ง
แคลเซียมส่วนเกินจากนมและอาหารอื่น ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงแหล่งที่มาของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก น้ำตาลนมอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของมะเร็งรังไข่

แพ้แลคโตส
นมวัวมีแลคโตสในปริมาณสูงกว่านมจากสัตว์อื่น แหล่งข้อมูลรีวิวที่เชื่อถือได้ของปี 2558 ประมาณการว่า 65 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกมีการแพ้แลคโตสในบางรูปแบบ คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะนี้สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์นมจำนวนเล็กน้อยลงในอาหารได้อย่างปลอดภัย

นม – ประโยชน์ด้านสุขภาพที่น่าแปลกใจ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นและทางเลือกที่ปราศจากนมทำให้นมมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ในความเป็นจริงนมเต็มไปด้วยสารอาหารที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและสุขภาพโดยรวมของคุณ

“ การดื่มนมเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการตอบสนองความต้องการสารอาหารที่จำเป็นเก้าอย่าง ได้แก่ ฟอสฟอรัส B12 แคลเซียมแมกนีเซียมวิตามินเอวิตามินดีโบโบฟลาวินไนอาซินและโปรตีน” Melissa Majumdar, MS, RD, CSOWM, LDN นักกำหนดอาหารและโฆษกของสถาบันโภชนาการและการควบคุมอาหาร “ นมที่ไม่ใช่นมส่วนใหญ่มีสารอาหารเพียง 2-4 ชนิดและโดยทั่วไปขาดโปรตีน พวกเขายังอาจเพิ่มน้ำตาลถ้าหวาน ในทางตรงกันข้ามนมนั้นมีความสมดุลตามธรรมชาติของโปรตีนคาร์โบไฮเดรตและไขมัน (ในนมที่มีไขมันต่ำ)

ระหว่างนมถั่วเหลืองกะทิและนมทางเลือกใหม่ล่าสุดที่จะกระโดดขึ้นไปบนฉากนมข้าวโอ๊ตดูเหมือนว่านมจะเลิกใช้แล้ว แต่อย่าปล่อยให้มันหลอกคุณ การดื่มนมนั้นดีต่อสุขภาพของคุณโดยเฉพาะผู้หญิง

ใช่นมดีต่อสุขภาพกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน
คุณเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แต่“ ผลิตภัณฑ์นมรวมถึงนมเป็นหนึ่งในแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุดซึ่งรวมถึงวิตามินดีแมกนีเซียมและโปรตีน – เป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพกระดูก” Majumdar กล่าว “ ในขณะที่ผักและอาหารบางชนิดเช่นเต้าหู้และปลาแซลมอนมีแคลเซียม แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีนมมากพอ” เธอกล่าวเสริม

ผลิตภัณฑ์นมเป็นหนึ่งในแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด

ในช่วงกลางปีที่คุณมีอายุ 30 ถึง 50 ปีผู้หญิงยังคงสร้างกระดูกและยังไม่สูญเสียความหนาแน่นของกระดูกก่อนวัยหมดประจำเดือน” Heather Beall, MD, สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาจากโรงพยาบาลแพทย์ตะวันตกเฉียงเหนือแมคเฮนรี่กล่าว “ การได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอในอาหารของคุณดังนั้นคุณเตรียมพร้อมสำหรับการสูญเสียมวลกระดูกที่มาพร้อมกับการหมดประจำเดือน การรับประทานแคลเซียมที่เพียงพอสามารถช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูกเพื่อให้กระดูกของคุณแข็งแรงและป้องกันการแตกหักและโรคกระดูกพรุน” ดร. บีลล์กล่าว

นมอาจช่วยให้ผิวของคุณอีกด้วย
“ โปรตีนที่พบในผลิตภัณฑ์นมสามารถช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นของผิวเมื่อเราอายุมากขึ้น” ดร. บีลล์กล่าว นมยังมีเรตินอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดีในการต่อต้านริ้วรอยและฟื้นฟูผิว นอกจากนี้วิตามินดีของนมยังเป็นวิตามินที่ต่อต้านริ้วรอยเนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและป้องกันรังสี UV

ผลิตภัณฑ์นมก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดสิวมานานแล้ว อย่างไรก็ตามการทบทวนการศึกษาเกี่ยวกับสิวและนมที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Academy of Dermatology พบว่าน้ำตาล (และอาหารตะวันตกที่มีดัชนีน้ำตาลสูง) อาจเป็นสาเหตุของสิว

และเช่นเดียวกันกับฟันของคุณ
“ ประโยชน์ของนมก็มีผลกับฟันและกรามซึ่งอาจทำให้สูญเสียความหนาแน่นได้หากคุณไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอในอาหารของคุณ” Beall กล่าว

นมยังดีต่อหัวใจของคุณ
การศึกษา 22 ปีที่ตีพิมพ์ในปี 2018 ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition พบว่าผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็มมีระดับกรดไขมัน 3 ชนิดที่เกี่ยวข้องกับนมในเลือดสูงขึ้น (pentadecanoic, heptadecanoic และ trans-palmitoleic) ซึ่งใกล้เคียงกัน ด้วยความเสี่ยงที่ลดลงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและโอกาสที่จะเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 42% ในระยะสั้นการศึกษาชี้ให้เห็นว่านมอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองรวมทั้งช่วยลดความดันโลหิต

นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
การศึกษา 2019 ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาของยุโรปพบว่านมมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์กล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกายและการเติมความชุ่มชื้นอีกครั้ง

Dr. Beall เสริมว่าเธอดื่มมันเป็นการส่วนตัว “ ฉันวิ่งมาราธอน 26 ครั้งและฉันใช้นมช็อคโกแลตเป็นเครื่องดื่มเพื่อการฟื้นฟู” เบลล์กล่าว “ นมช็อคโกแลตมีส่วนผสมของน้ำตาลคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่เหมาะสม – เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรผสมแคลอรี่ในเวลาที่กำหนดหลังจากออกกำลังกาย ฉันแนะนำมากกว่าอาหารเสริมที่ซื้อมาหรือส่าย”

นมทำให้คุณนอนหลับจริงหรือไม่?
นิทานเก่า ๆ ที่ดื่มนมอุ่น ๆ หนึ่งถ้วยในเวลากลางคืนเพื่อช่วยให้คุณนอนหลับนั้นมีเหตุผลบางอย่าง “ อาจมาจากทริปโตเฟนกรดอะมิโนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาทเซโรโทนินที่ให้ความรู้สึกดีซึ่งช่วยให้เราหลับ” Majumdar กล่าว “ แต่นมมีกรดอะมิโนที่จะต้องต่อสู้เพื่อข้ามสิ่งกีดขวางสมองเลือดด้วยทริปโตเฟนดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าพิธีกรรมแห่งความอบอุ่นและการดื่มนมนั้นมีประโยชน์มากกว่า” Bottom line: หากการดื่มนมก่อนนอนจะทำให้นอนหลับสนิทยิ่งขึ้นไปซะ! แม้ว่าเราจะแนะนำให้ดื่มชาแทนไหม?

นมสามารถทำให้คุณเพิ่มน้ำหนักได้หรือไม่?
“ การดื่มนมจะช่วยให้คุณตอบสนองความต้องการทางโภชนาการของคุณเพื่อป้องกันการเพิ่มน้ำหนัก” เจสสิก้าแครนดัลสไนเดอร์ RDN และผู้ก่อตั้ง Vital RD กล่าว

การทบทวนการทดลองทางคลินิก 13 ครั้งเกี่ยวกับการบริโภคนมในวารสาร Clinical Nutrition พบว่าการมีนม 500mL ต่อวันนั้นสัมพันธ์กับความอยากอาหารลดลงและความปรารถนาที่จะกินในขณะที่เพิ่มความเต็มอิ่ม การแปล:“ อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการทุกมื้อมีแคลอรี แต่ไม่มีอะไรเทียบได้กับสารอาหารที่คุณขาดหากคุณตัดนมออก” Snyder กล่าว “ สำหรับ 90-150 แคลอรี่ต่อถ้วย (ขึ้นอยู่กับประเภทของนมที่คุณดื่ม) คุณจะได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่ดีจากปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำ”

ดังนั้นหากคุณกำลังตัดนมเนื่องจากแคลอรีมันไม่ใช่กลยุทธ์การควบคุมอาหารที่ฉลาดที่สุด “ ผู้หญิงหลายคนเริ่มหันมาใช้น้ำเพื่อทดแทนนมเพื่อลดน้ำหนัก ฉันอยากเห็นพวกเขาวางน้ำตาลเพิ่มในอาหารของพวกเขาซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตตรงไปตรงมา” Beall เพิ่ม

ดังนั้นนมประเภทไหนที่ดีต่อสุขภาพ?
ไม่ว่าคุณควรดื่มสกิม 1%, 2% หรือทั้งหมดขึ้นอยู่กับปัจจัยบางประการ

“ ไขมันนมเปอร์เซ็นต์ลงมาเพื่อลิ้มรสและความต้องการทางโภชนาการเป็นรายบุคคล: หากคุณชอบรสชาติของนมคุณจะดื่มและได้รับสารอาหารที่ดี นมทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงปริมาณไขมันมีองค์ประกอบของวิตามินที่เหมือนกัน “Majumdar กล่าว

นมทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงปริมาณไขมันมีองค์ประกอบวิตามินเดียวกัน

“ สำหรับคนส่วนใหญ่การเลือกตัวเลือกไขมันต่ำสุดตามความชอบของพวกเขาคือการเดิมพันที่ดี แต่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน”

ดื่มนมทุกวันดีไหม?
ในระยะสั้นใช่ “ ผู้ใหญ่โดยเฉลี่ยบริโภคนม 1-2 ครั้งต่อวันในขณะที่แนวทางการบริโภคอาหารสำหรับชาวอเมริกันสนับสนุนให้ 3 คน” มีรายงานว่าแนะนำรายวันสำหรับแคลเซียมในปัจจุบันจะเพิ่มขึ้นในการปรับปรุงแนวทางการบริโภคอาหารครั้งต่อไปเธอกล่าว “ ฉลากโภชนาการมีมูลค่ารายวันตามแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม (มก.) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 พวกมันจะอยู่ที่ 1,300 มก.”

ทางเลือกนมที่ดีสำหรับคุณ?
หลายคนเปลี่ยนไปใช้นมทางเลือกเพราะแพ้แลคโตสหรือแพ้นม ในขณะที่คนอื่นเลือกใช้มัน “เพราะพวกเขาคิดว่ามันมีสุขภาพดีกว่า” สไนเดอร์กล่าว

“ สิ่งที่เกี่ยวกับนมที่ไม่ใช่นมก็คือพวกมันไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกับนมและมีแนวโน้มที่จะมีน้ำตาลและคาร์บสูงขึ้น” เธออธิบาย

สารทดแทนนมไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกัน

“ นมทางเลือกทั่วสเปกตรัมมีน้ำตาลเพิ่มขึ้นและเป็นคาร์โบไฮเดรตที่สูงขึ้นรวมถึงน้ำนมข้าวนมถั่วเหลืองและนมข้าวโอ๊ต” Crandall Snyder กล่าว “ ปริมาณโปรตีนรวมถึงแคลเซียมและวิตามินดีก็ลดลงเช่นกัน”

“ หากคุณกำลังมองหานมทางเลือกสิ่งเดียวที่ใกล้เคียงกับปริมาณโปรตีนเดียวกันคือถั่วเหลืองและนมถั่ว” Crandall Snyder กล่าว “ จากตรงนั้นฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดเมื่อพูดถึงรสชาติ”

ที่มา แมกาซีน the oprah